ออกอากาศ วันที่ 8 พฤศจิกายน 2552
เวลา 22.05 น. ทีวีไทย
Tik Santi Lawrachawee’s Website
ออกอากาศ วันที่ 8 พฤศจิกายน 2552
เวลา 22.05 น. ทีวีไทย
ออกอากาศ วันที่ 8 พฤศจิกายน 2552
เวลา 22.05 น. ทีวีไทย
ออกอากาศ วันที่ 8 พฤศจิกายน 2552
เวลา 22.05 น. ทีวีไทย
Article from Catalogue of I am a Thai Graphic Designer™ Exhibition
.

.
หลายคนคงตั้งคำถามว่าการที่คนกลุ่มหนึ่งออกมาบอกต่อสังคมว่า
พวกเขาเป็นใครนั้น… พวกเขาทำไปเพื่ออะไร แล้วจะมาบอกกล่าวกันทำไม
ทั้งทั้งที่คนจำนวนไม่น้อยก็รู้อยู่แล้วว่ามีอาชีพนี้อยู่ในสังคม…
โครงการนี้เริ่มต้นจากสังคมเล็กๆ ในสำนักงานออกแบบแห่งหนึ่ง ที่ชักชวนกันในวง
แคบๆ แสดงสถานะบางอย่างออกไปบนพื้นที่สาธารณะออนไลน์ ด้วยมุมมองเล็กๆ
ที่เกิดมาจากการประกอบวิชาชีพและแวดวงการเรียนการสอน เรามองร่วมกันว่า
นอกเหนือจากบทบาทที่ให้บริการงานออกแบบเพื่อเลี้ยงชีพอยู่นั้น ยังมีพื้นที่อื่นๆ
ในสังคมที่นักออกแบบกราฟิกสามารถมีส่วนร่วมและสร้างประโยชน์ให้กับ
พื้นที่นั้นๆ ได้อีก…
บ่อยครั้งที่เรารับหน้าที่เป็นผู้คอยรับใช้ในการนำเสนอข้อสรุปจากนโยบายบริหาร
จนทำให้เรายึดถือเป็นสถานะที่แท้จริงของเรา แล้วก็บ่อยครั้งที่เราพบว่าเรามักจะถูก
จำกัดคุณภาพของผลงานจากข้อสรุปหรือพวกเราเรียกมันให้ดูดีว่า ‘โจทย์’
จึงทำให้หลายครั้งที่เราคิดว่าคงจะดีไม่น้อย
ถ้าเรามีโอกาสร่วมแสดงความคิดเห็นต่อ‘โจทย์’นั้นๆ…
ดังนั้นการชูป้ายของเราในกลุ่มเล็กผ่านสังคมออนไลน์ จึงเป็นเพียงแค่การแสดงออก
ไปว่า“ ‘ฉันคือใคร’ ‘ฉันทำอาชีพอะไร’ และ ‘ฉันมีท่าทีอย่างไรกับสิ่งที่ฉันทำ’ ”
โดยคาดหวังการตอบสนองเพียงแค่ให้คนที่เห็น รับรู้ถึงการดำรงอยู่และมีท่าทีกับมัน
ดังนั้นท่าทีของแต่ละคนที่พบเห็นการแสดงออกของพวกเราย่อมแตกต่างระดับกัน
ตั้งแต่การมองผ่านเลย การมองเป็นเรื่องสนุกขำขัน การตั้งคำถาม และการให้ร่วมมือ
แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการพบเห็นการแสดงออกเหล่านี้ในเบื้องต้นผ่านคนไม่กี่คน
ย่อมมีความแตกต่างทั้งเนื้อหาและพลังในการสื่อสาร
เมื่อเทียบกับความร่วมมือจำนวนมากผ่านเว็บไซต์และสื่อสิ่งพิมพ์ในอีกไม่กี่เดือนต่อมา…
ผลงานที่ส่งเข้าร่วมมีมากกว่า 1,000 ผลงาน ท่าทีต่างๆ ที่ตอบสนองเข้ามานั้น
หลากหลายมากจน “เรา” ในฐานะกลุ่มคนเริ่มต้นก็ไม่สามารถตอบแทนทุกๆ คนได้ว่า
แต่ละคนต้องการนำเสนออะไร เรารู้แต่เพียงว่าการเข้าร่วมที่มากขึ้นเรื่อยๆ นั้น
ทำให้ความหมายนั้นกว้างและคลุมเครือตามไปด้วย กิจกรรมนี้กำลังเติบโตด้วย
ตัวมันเองและมีพลังอย่างมากในการสื่อสารที่เป็นปัจเจกภายใต้เงื่อนไขร่วมกัน
ถ้าลองวิเคราะห์ผลงานทั้งหมดเราอาจจะพบเนื้อหาที่หลากหลาย เช่น
การแสดงตัวตนอย่างเข้มแข็งถึงความเป็นนักออกแบบ,
การนำเสนอเอกลักษณ์ของกราฟิกแบบไทยและแบบไทยๆ,
การนำเสนอปัญหาหรือข้ออึดอัดในการเป็นนักออกแบบกราฟิก,
การแสดงจุดยืนในการเป็นนักออกแบบ,
การแสดงความสัมพันธ์กับนักออกแบบหรืองานออกแบบ, การแสดงความฝันหรือ
จุดมุ่งหมายที่จะประกอบอาชีพ, การแสดงบุคลิกเฉพาะ,
การมุ่งเสนอคุณภาพความเป็นเลิศทางความคิดสร้างสรรค์และทักษะการออกแบบ,
การแสดงบทบาทผู้ชื่นชมหรือสนับสนุน, การร่วมสนุก ฯลฯ
การแสดงออกที่หลากหลายเหล่านี้ จะปรากฏสู่สาธารณะอีกครั้งในรูปแบบ
นิทรรศการและเป็นพื้นที่สาธารณะจริงๆ พื้นที่ในศูนย์การค้าใจกลางเมืองจะมี
นักออกแบบกราฟิกพันคนมารวมตัวกันเพื่อนำเสนอว่า
“ ‘ฉันคือใคร’ ‘ฉันทำอาชีพอะไร’ และ ‘ฉันมีท่าทีอย่างไรกับสิ่งที่ฉันทำ’ ”
ซึ่งเนื้อหาและวิธีการของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันออกไป
และเมื่อ “สังคม” (รวมนักออกแบบกราฟิกกันเองด้วย) ได้รับรู้แล้วว่า
“ ‘เราคือใคร’ ‘เราทำอาชีพอะไร’ และ ‘เรามีท่าทีอย่างไรกับสิ่งที่เราทำ’ ”
จากนั้น ‘สังคม’ จะมีท่าทีอย่างไรกับนักออกแบบกราฟิกและงานออกแบบกราฟิก…
เพราะในฐานะส่วนหนึ่งของสังคม วิชาชีพนี้ทำได้ตั้งแต่ร่วมคิดนโยบายจนถึง
การรับใช้ข้อสรุปของนโยบายนั้น ขึ้นอยู่กับว่า…
“สังคมเห็นคุณค่าและศักยภาพหรือไม่?” ถ้าคำตอบคือ “เห็น” ก็จะถามต่อว่า…
“สังคมใช้ประโยชน์จากศักยภาพนั้นได้คุ้ม(คุณ)ค่าหรือไม่”…
จากนั้น…คงเป็นเรื่องของเราทุกคน.
↓English
Santi’s public typographic installation
at Fairground, Bangkok Art and Culture Centre
Bangkok Bananas, Art & Culture Festival
Organized by Office of Contemporary Art and Culture, Ministry of Culture
Approx. Dimension : W 390 cm. x L 1,800 cm. x H 220 cm.
30 April – 10 May 2009

overview from BTS Skywalk (National Stadium Station)

overview from 5th floor of Bangkok Art and Culture Centre

viewing point at BTS Skywalk (in front of BACC Building)

inside the installation

Finished Installation, 2 days before show.

Title : Finding The Right Time
March 3 – 10, 2009 at Main Entrance of Siam Discovery, Bangkok

เป็นหนึ่งกิจกรรมในโครงการ Eco Projects ที่ร่วมมือกันระหว่างสยาม ดิสคัพเวอรี่
กับ สันติ ลอรัชวี โดยนิทรรศการ “Yes We are Not” เป็นงาน Typoraphic Installation
ที่ต่อเนื่องมาจากนิทรรศการ “Yes, I am Not ”
ที่เพิ่งจัดแสดงที่หอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2551
โดยแนวคิดของนิทรรศการครั้งนี้จะหันมานำเสนอประเด็นที่เป็นสาธารณะ
โดยสะท้อนให้เห็นถึงการนำก้อนกระดาษหนังสือพิมพ์มาสร้างเป็นงานศิลปะ
ผ่านรูปแบบแผนที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ซึ่งนอกเหนือจากประเด็นเรื่องวัสดุแล้วตัวงานเองยังตั้งคำถามกลับไปสู่ผู้ชม
ให้ตระหนักถึงบทบาทของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นบทบาทที่เป็นส่วนรวมและส่วนบุคคล
ซึ่งนำเสนอด้วยการจัดวางในพื้นที่ที่สามารถสื่อสารกับผู้คนได้หลายลักษณะการมอง
เห็น ผู้ชมสามารถชมผลงานได้ตั้งแต่การเข้าไปมองระยะประชิดจนกระทั่งมองเห็น
ภาพรวมของผลงานจากชั้นบนสุดของศูนย์การค้า
โดยจะมีการกำหนดจุดชมผลงานในแต่ละชั้นของห้างสรรพสินค้า
Yes, I am not Exhibition
July 5-31, 2008,
at Bangkok University Gallery, City Campus
Due to Santi Lawrachawee’s experiences and roles in the graphic
design realm, not only as a designer of the Practical Studio, or as
a part-time lecturer in the School of Fine and Applied Arts,
Bangkok University and Chulalongkorn University, but also as
a major player who has been continuously engaged in the
movements for Thailand’s field of arts and design,
it is time that he makes use of these art and design experiences
to convey his personal viewpoints in the first of his solo exhibition
“Yes, I am not.” This exhibition aims to present the puzzling circle
of globalized people’s consumption of information in their daily
lives, starting from the consumption process, embellishment,
synthesis, acceptance/opposition, and truth seeking. It seems like
asking the question, “What do we ultimately acquire from living in
the ocean of information that crazily strikes at us?”
This is conveyed by cutting newspapers to form more than
1000 lumps of paper bolds in a letter shape, which are exhibited
as a paper installation.








© 2008. Santi Lawrachawee
➝ See more images: http://www.facebook.com/album.php?aid=91945&id=56256773834
เป็นบทความขนาดสั้นที่เขียนขึ้นเพื่อลงวารสาร RAW MAT
ในโอกาสนิทรรศการโปสเตอร์ “Design (alone) Cannot Change (everything)”
แสดงระหว่างวันจันทร์ที่ 1-7 ธันวาคม 2551
ณ แกรนด์ ฮอลล์ ชั้น 1 สยาม ดิสคัพเวอรี่
Read the rest of this entry »
WHILE I TRY TO UNDERSTAND THOSE WRITTEN WORDS
SOMETHING JUST HITS ME IN A WEIRD WAY Read the rest of this entry »
ใช่ครับ..ผมเปล่า
หลายปีที่ผ่านมา ผมใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางการปะทะกันของข่าวสารมากมาย
การปรากฏขึ้นของรายการโทรทัศน์ประเภทโต้วาที
รายการคุยข่าว รายการผู้นำคุยกับประชาชน หนังสือพิมพ์ที่มีฝักฝ่ายทางการเมืองอย่างเด่นชัด
โฆษณาที่แฝงตัวมาในรูปของบทความในหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และรายการโทรทัศน์ขนาดสั้น
รวมถึงพรีเซนเตอร์สินค้าที่พยายามประกาศตัวว่าไม่ได้มาชวนเชื่อขายของ.. Read the rest of this entry »
เตี่ยผมเป็นคนจีนแต้จิ๋ว ความที่ต้องอพยพหลบหนีสงครามกลางเมืองและความอดอยากมาสยาม
พร้อมกับเตี่ยของแก(อากงของผม) ตั้งแต่เด็ก ทำให้เตี่ยไม่มีโอกาสได้เล่าเรียนหนังสือมากนัก
หนังสือจีนพออ่านออกเขียนได้ ส่วนหนังสือไทยนั้น เทียบชั้นแล้วก็คงประมาณประถมสี่
แม้เตี่ยจะเขียนจดหมายสั่งของจากกรุงเทพฯได้ เขียนใบส่งของคล่อง รวมทั้งบันทึกบัญชีค่าใช้จ่าย
ในร้านขายของเล็กๆ ของแกได้อย่างถี่ถ้วน แต่ลึกๆ แล้ว ผมเชื่อว่า แกไม่เคยพอใจในลายมือของแกเลย
ลายมือภาษาไทยของเตี่ยตัวหวัดใหญ่ ครูที่โรงเรียนผมเรียกว่าตัวเท่าหม้อแกง
นอกจากจะมีอารมณ์ประชดประชันผสมอารมณ์ขันแล้ว ผมคิดว่ายังมีอารมณ์หยันปะปนอยู่เล็กน้อย
เตี่ยเองก็คงพอรู้จักลายมือของตัวเองดีว่ามีข้ออ่อนอย่างไร เวลาจะไปงานศพหรืองานแต่งใครต่อใครในตลาด
เตี่ยจึงเรียกใช้บริการผมให้ช่วยไปหยิบซองจดหมายในตู้หน้าบ้านมาเขียนชื่อแกตัวใหญ่ๆ
พร้อมนามสกุลยาวๆ ที่ด้านหน้าทุกครั้งไป แม้ผมจะเขียนด้วยความตั้งใจเพื่อให้ชื่อและนามสกุลของเตี่ยงามสง่า
แต่ก็ใช่จะว่าจะสร้างความพอใจให้กับเตี่ยได้ทุกครั้ง บางครั้งที่แกเห็นว่าเขียนสวย แกก็จะเอาเงินใส่ซอง
พับซองใส่กระเป๋า แล้วออกจากบ้านไปโดยไม่บ่นไม่ชมอะไร แต่บางครั้งด้วยลายมือเดียวกัน
แกกลับเห็นว่าไม่สวย เขียนเป็นเล่นไป แกก็จะให้เขียนใหม่จนกว่าแกจะพอใจ สามซองบ้าง สี่ซองบ้าง ก็ไม่เป็นไร
แต่ถ้ายังไม่ถูกใจอีก แกก็จะเริ่มหงุดหงิดและแก้ปัญหาด้วยการลงมือเขียนด้วยลายมือหวัดๆ
เท่าหม้อแกงของแกเอง Read the rest of this entry »
เรียบเรียงและแปลโดย เจิมศิริ เหลืองศุภภรณ์ และ ภูมิ รัตตวิศิษฐ์
Edited and Translated by Jermsiri Luangsupporn and Poom Rattavisit
16 May 2008
๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑
การส่งต่อของข้อมูลเป็นเรื่องที่เราคุ้นเคย และสามารถพบเห็นได้โดยทั่วไป โดยปรกติแล้ว ข้อมูลมักจะถูกแทนความหมายว่าเป็นสิ่งมีค่า ซึ่งมันจะไม่มีค่าเลยถ้าปราศจากผู้รับ
เพราะข้อมูลที่ไม่เกิดการส่งต่อ ก็จะทำให้ค่าของมันเป็นเพียงความลับ (ซึ่งในบางทีกลับถูกมองว่าเป็นข้อมูลที่มีค่ามากพิเศษ) หรือเป็นเพียงการบันทึกของผู้สร้างข้อมูล Read the rest of this entry »
ผลงานสุดท้ายของวิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ 5 ที่ผมสอนคู่กับอาจารย์อนุทิน วงศ์สรรคกร
ที่ภาควิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็นชั้นเรียนที่มุ่งเน้นให้นักศึกษาที่มุมมอง
ต่อสถานการณ์รอบตัวด้วยวิจารณญาณเชิงการออกแบบ ความพยายามของชั้นเรียนกำลังทดลอง
ให้นักศึกษาออกแบบก้าวผ่านสถานะของผู้เพียงแค่ส่งผ่านสาร
ไปสู่สถานะของผู้ผลิตตัวบทของสารที่ต้องการจะสื่อ Read the rest of this entry »